Shares

ย้อนกลับไปในปี 1983 ที่รองเท้าตระกูล Pegasus รุ่นแรกวางขายในฐานะ “รองเท้าสำหรับนักวิ่งทุกคน” นับเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างชื่อในกลุ่มนักวิ่งในเวลนั้น

โจน เบอนัวต์ แซมมวลสัน เป็นหนึ่งในนักกรีฑาอาชีพที่ผูกพันกับรองเท้าวิ่งตระกูล Pegasus มากเป็นพิเศษ โดยหนึ่งในเหตุการณ์ที่เป็นที่จดจำ คือการที่เธอเปลี่ยนมาใส่รองเท้าวิ่งตระกูล Pegasus ในวินาทีสุดท้ายก่อนการลงแข่งขันมาราธอนครั้งสำคัญในเมืองบอสตัน และหลังจากนั้นมาเธอได้สวมใส่รองเท้าวิ่งตระกูล Pegasus มาอย่างต่อเนื่องกว่า 3 ทศวรรษ (ก่อนหน้านี้ เธอใส่รองเท้าวิ่งรุ่นคลาสสิกของไนกี้ เช่น รุ่น Daybreak, Odyssey และ Althea เวลาฝึกซ้อม)

เมื่อนึกย้อนไปถึงรองเท้าวิ่งตระกูล Pegasus รุ่นแรก แซมมวลสันรำลึกถึงคุณค่าของรองเท้าวิ่งตระกูลนี้โดยเฉพาะในแง่ความก้าวหน้าว่า “นวัตกรรม งานออกแบบ และคุณสมบัติของรองเท้าตระกูลเพกาซัสนั้นก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก โดยเป็นความก้าวหน้าที่เกิดจากการศึกษาและพัฒนาอย่างเป็นระบบ” เธอยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ถ้าคุณอยากรักษาฐานผู้ใช้งานในกลุ่มนักวิ่งที่ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง และมีความรู้ความเชี่ยวชาญ คุณต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงเวลาการแข่งขันกรีฑาอาชีพ ฉันเลือกตระกูล Pegasus ทุกครั้ง โดยเฉพาะถ้าฉันไม่แน่ใจว่าจะวิ่งไปถึงเส้นชัยได้หรือไม่”

ตลอดระยะที่เวลาผ่านมา ไนกี้ยกระดับรองเท้าวิ่งตระกูลนี้ด้วยเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหมาะสมกับทั้งนักวิ่งสมัครเล่นและนักวิ่งอาชีพ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงในจุดที่เล็กน้อย แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเป็นเสมือนมนต์วิเศษที่แฝงอยู่ในรองเท้าวิ่งตระกูล Pegasus รุ่นใหม่ทุกๆ รุ่นที่นักวิ่งทุกคนคุ้นเคยกันดี และความผูกพันนั้นยังแน่นแฟ้นต่อเนื่องมาจนถึงรองเท้า Air Zoom Pegasus 37

สิ่งใหม่ใน
Air Zoom Pegasus 37

  • ทีมนักออกแบบของไนกี้ปรับเปลี่ยนจากการใช้ชิ้น Zoom Air Bag ตลอดพื้นรองเท้าไปเป็นการใช้ ชิ้นซูมแอร์ที่บริเวณปลายเท้าเท่านั้น (ปลายเท้าคือส่วนที่จำเป็นต้องมีชิ้นซูมแอร์มากที่สุด เพื่อช่วยจังหวะการยกเท้าขึ้นจากพื้น)
  • Zoom Air Bag มีขนาดใหญ่กว่าในรองเท้า Nike Air Zoom Pegasus 36 ถึง 2 เท่า ช่วยส่งคืนพลังงานกลับสู่ผู้สวมใส่ได้มากขึ้น
  • Zoom Air Bag ได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วย React Foam ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นกลางของรองเท้ามีน้ำหนักเบา ตอบสนองได้ดีกว่า และทนทานกว่าโฟม Cushlon ที่ไนกี้เคยใช้
  • หน้าผ้ารองเท้าแบบโปร่งแสง ช่วยให้รองเท้ามีน้ำหนักเบาและดูคล่องตัว
  • บริเวณกลางเท้าอัพเดตโครงสร้างฟิต แบนด์ ช่วยกระชับกลางเท้าให้มากขึ้นเมื่อสวมใส่
  • การไล่เฉดสีที่ด้านข้างของรองเท้าช่วยเน้นตำแหน่งของ Zoom Air Bag ที่ปลายเท้า

คุณสมบัติเดิมที่ยังคงอยู่ใน
Air Zoom Pegasus 37

  • บริเวณคอลล่าร์ของรองเท้าถูกทำให้เรียวเล็กลงและห่างจากบริเวณเอ็นร้อยหวาย ซึ่งได้ถูกออกแบบให้เป็นไปตามความคิดเห็นของนักวิ่ง
  • พื้นรองเท้าแบบWaffle Rubber ที่ทุกคนรู้ดีว่าทนขนาดไหน
  • ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนรองเท้าวิ่งตระกูลนี้อย่างไร นักออกแบบของไนกี้คำนึงถึงงานออกแบบที่มีคุณภาพและประโยชน์ที่นักวิ่งจะได้รับเสมอ โดยเฉพาะด้านความกระชับและความสบายขณะสวมใส่

Nike Air Zoom Pegasus 37 จะวางจำหน่ายในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ ในราคา 4,600 บาท ทั้งทางเว็บไซต์ nike.com และที่ร้านไนกี้บางสาขา


Shares