Shares

ผลงานของเลสเตอร์ ซิตี้ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ช่างเฉิดฉายเสียเหลือเกิน ถึงแม้จะทำได้เพียงไล่ตีเสมอนอริช ซิตี้ในนัดล่าสุด ผู้เล่นกำลังหลักหลายคนกำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นเจมี่ วาร์ดี้ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษที่สังหารไปแล้ว 16 ประตูจากการลงเล่นตลอด 17 นัดในลีกและยิงได้ติดต่อกันถึง 8 นัด ก่อนที่สถิติจะถูกหยุดลงไปในเกมที่เสมอกับนอริช เจมส์ แมดดิสันกองกลางตัวรุกที่ฟอร์มการเล่นร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยมีสถิติการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนทำประตูติดหนึ่งในห้าของนักเตะในพรีเมียร์ทั้งหมดที่ 43 ครั้ง (ต่อการลงเล่น 1,414 นาที หรือ 16 นัดโดยประมาณ)

สองฟูลแบ็คที่เติมเกมได้สะเด่าเหลือเหตุอย่าง เบน ชิลเวลล์และริคาร์โด้ เปเรยร่า รวมไปถึงขุมกำลังสำรองที่วนเวียนกันมาช่วยพลิกเกมอย่าง อโยเซ่ เปเรซกองกลางตัวรุกสัญชาติสเปน เคเลชี่ อิเฮนาโช่ศูนย์หน้าดาวรุ่งสัญชาติไนจีเรีย และฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ปีกดาวรุ่งผลผลิตจากอคาเดมี่ของสโมสร แต่มีอีกหนึ่งนักเตะที่ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่ามีฟอร์มที่แข็งแกร่งและก้าวเข้ามาเป็นตัวหลักในแผงหลังของทีมคือ “คักลาร์ โซยุนคู” เซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติตรุกี ที่ตอนนี้แฟนบอลจิ้งจอกสยามได้ให้ฉายาไว้ว่า “The Turkish Wall”

หลังจากที่เลสเตอร์ตัดสินใจขายแฮร์รี่ แม็กไกวร์ไปให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่าน ก่อนตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดลงเพียง 5 วัน อาจทำให้แฟนบอลของทีมเลสเตอร์ต่างรู้สึกกระวนกระวายใจว่าทีมจะหาตัวตายตัวแทนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติอังกฤษได้ไม่ทันการณ์ แต่นั่นคงจะไม่ใช่เรื่องที่ทำให้กุนซือแบรนดอน ร็อดเจอร์สวุ่นวายใจเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวมีแผนในใจอยู่แล้วว่าจะให้โอกาสแก่คักลาร์ โซยุนคูได้พิสูจน์ตัวเองในฤดูกาลนี้

จากคำสัมภาษณ์ที่ร็อดเจอร์สได้เผยแก่สกายสปอร์ตเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีใจความตอนหนึ่งกล่าวว่า “มีบางสิ่งที่ผู้คนมักจะลืมไปคือช่วงเวลาที่ผู้เล่นจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ผู้เล่นย้ายเข้ามาใหม่ในทีมและไม่เคยได้ถูกกล่าวถึงหรือลงเล่นเลยตลอดระยะเวลาหกเดือนหรือหนึ่งปี เพราะพวกเขาจะต้องพยายามปรับตัวให้ได้ หาจุดยืนของตัวเองให้เจอ แล้วจึงนำตัวเองเข้ามาในทีมและสุดท้ายคือการได้ลงเล่นในสนาม ต้องไม่ลืมว่าพวกเขามาจากต่างประเทศ ต่างภาษา ต่างศาสนา เข้ามาสู่ลีกที่มีการแข่งขันกันสูงในทวีปยุโรป พวกเขาจึงต้องการเวลาในการปรับตัว ไม่ใช่ว่าพวกเขาทุกคนจะพร้อมที่จะลงเล่นในทันทีทันใด ดังนั้นสำหรับคักลาร์ เขามีช่วงเวลาที่ดีในการปรับตัวภายใน 6 เดือนแรก มันเยี่ยมสำหรับผมอีกด้วยที่จะได้มีโอกาสสังเกตุเขาในการฝึกซ้อม มันสำคัญมากเพราะพวกเราพอจะคาดได้ว่าแฮร์รี่อาจจะย้ายออกจากทีมไปในหน้าร้อนและพวกเรามีไอเดียที่ชัดเจนว่าเราคงจะต้องมองหาเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคนใหม่เข้ามาแทนที่ แต่พวกเราก็ทราบกันดีเช่นกันถ้าไม่มีนักเตะเข้ามาใหม่ เราก็ยังมีเขา (คักลาร์) พร้อมอยู่ที่นี่แล้ว” 

นอกจากนั้นแล้วแบรนดอน ร็อดเจอร์สยังเสริมถึงการเลือกจอนนี่ อีแวนส์ปราการหลังทีมชาติไอร์แลนด์เหนือมาจับคู่กับคักลาร์ โซยุนคูอีกว่า “มันเป็นเกมอุ่นเครื่องสุดท้ายในช่วงปรีซีซั่นกับอตาลันต้าซึ่งเราคิดว่าเขา (คักลาร์) ประสานงานได้ดีมากกับจอนนี่ เรารู้สึกว่าประสบการณ์ของจอนนี่จะช่วยในการยืนตำแหน่งของเขาได้” สุดท้ายร็อดเจอร์สได้ชื่นชมฟอร์มการเล่นของโซยุนคูว่า “เขามีความรวดเร็ว ดุดัน เขาสามารถเข้าสกัดได้ถึงบอลก่อนคนอื่น เขาไม่มีความกระวนกระวายใจที่จะต้องเคลียร์บอลโด่งออกไปยังอัฒจันทร์ เขาต้องการที่จะเข้าสกัด แต่เขาก็ยังมาสารถที่จะครองบอลได้ดีอีกด้วยและนั่นเป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้าคุณต้องการมีทีมชั้นยอด คุณต้องมีกองหลังที่สามารถป้องกันได้และจะต้องสามารถครองบอล พาบอลไปข้างหน้าได้ด้วย และเขาสามารถทำได้ทั้งสองอย่าง” อีกหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้โซยุนคูมีทักษะการครองบอลที่ดีก็แพราะเขาเริ่มต้นค้าแข้งในตำแหน่งกองกลางมาก่อนนั่นเอง

สถิติส่วนตัวของโซยุนคูที่น่าสนใจนั้นก็คือเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลสำเร็จเป็นอันดับที่ 3 สำหรับนักเตะในตำแหน่งกองหลังตัวกลางเป็นรองเพียงเวอร์จิล ฟาน ไดค์และโทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์เท่านั้น แต่โซยุนคูมีสถิติการเข้าแท็คเกิ้ลที่สูงกว่าทั้งคู่ที่ 28 ครั้ง (สำเร็จ 75%) ฟาน ไดค์ 13 ครั้ง (สำเร็จ 62%) ส่วนอัลเดอร์ไวเรลด์ 18 ครั้ง (สำเร็จ 61%) ส่วนสถิติการโหม่งเคลียร์บอลนั้นโซยุนคูทำได้เท่ากับฟานไดค์ที่ 40 ครั้ง ต่างกับอัลเดอร์ไวเรลด์ที่ทำได้เพียงแค่ 29 ครั้ง

เมื่อมองในภาพรวมแล้วสถิติที่ดูง่ายที่สุดก็คือจำนวนประตูที่เสียทั้งหมดเพียงแค่ 11 ประตูของทีมจิ้งจอกสีน้ำเงินถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดในลีก ณ เวลานี้หลังการแข่งขันผ่านไป 17 นัด เราจึงพอจะสรุปได้ว่าการเล่นเกมรับของเลสเตอร์ ซิตี้ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาลนี้ทำได้ยอดเยี่ยมเหลือเกิน และ “คักลาร์ โซยุนคู” ก็ถือฟันเฟืองชิ้นสำคัญในทีมของแบรนดอน ร็อดเจอร์ส จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “The Turkish Wall” จะก้าวเข้าไปอยู่ในหัวใจของแฟนบอลทีมจิ้งจอกสีน้ำเงินแทนที่คนรักเก่าอย่างแฮร์รี่ แม็กไกวร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Writer : MenthoL


Shares