Shares

ก่อนเกมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดได้เปรียบค่อนข้างเยอะ เพราะคะแนนนำอยู่ 2 คะแนน บวกกับลูกได้เสียที่ดีกว่าถึง 4 ลูก และแข่งกับทีมที่ตกชั้นไปแล้ว

ที่สุพรรณบุรี สเตเดี้ยม เชียงราย ยูไนเต็ด ลงไปเล่นด้วยความมุ่งมั่น ถึงแม้โอกาสจะมีเพียงน้อยนิด แต่พวกเขาพยายามยิง ยิง และยิง ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

นาทีที่ 13’ เคลตัน ยิงให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0
นาทีที่ 44’ ศิวกรณ์ ยิงให้ทีมเยือนตีเสมอ 1-1 ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก
นาทีที่ 49’ วิลเลี่ยม ยิงประตูความหวังให้เชียงรายขึ้นนำ 1-2
นาทีที่ 61 ต่อด้วย เอกนิษฐ์ ยิงเพิ่มอีกประตูเป็น 1-3 
นาทีที่ 68′ เต่เจ้าบ้านได้ประตูตีตื่นมาเป็น 2-3 จาก ธนาสิทธิ์
นาทีที่ 72’ บิลล์ซัดจุดโทษให้เชียงรายทิ้งห่าง 2-4
นาทีที่ 89’ ก่อนหมดเวลาพิธิวัตซัดไปอีกหนึ่งลูกก่อนจบเกมที่ 2-5 ยัดความพ้ายแพ้ให้เจ้าบ้าน และส่งให้สุพรรณบุรี เอฟซีหล่นไปเล่นลีกรองทันที

“ทำให้ดีที่สุด อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล สัมภาษณ์หลังจบเกม

ที่สนามเชียงใหม่เสียงนกหวีดยังไม่จบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทดเวลา 6 นาที กับสกอร์ 1-1
ที่สนามสุพรรณบุรี จบเกมแล้ว ทีมเยือนได้แต่ภาวนา เพราะเกมจบก่อนไป 2-3 นาที 

สิ้นเสียงนกหวีด ต่อหน้าแฟนบอล 12,357 คน ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแชมป์เก่าทำได้เพียงแค่เสมอ 1-1

เมื่อมองตารางคะแนน เชียงรายกับบุรีรัมย์ มี 58 คะแนนเท่ากัน และมีประตูได้เสีย 25 ประตู น้อยกว่าบุรีรัมย์ 1 ประตู

แต่เมื่อหันมามองเฮดทูเฮด เชียงราย ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่า ส่งผลให้พวกเขาคว้าแชมป์ โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 ไปครองได้สำเร็จ

เป็นแชมป์หน้าใหม่ในรอบ 10 ปี นอกเหนือจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและเมืองทอง ยูไนเต็ด

เป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ต่อจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์ครบทุกรายการในประเทศไทย

เป็นแชมป์ โตโยต้า ไทยลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

กว่างโซ้ง พวกนายแน่มาก 


Shares