Shares

เมื่อพูดถึงเรื่องแฟชั่นในวงการฟุตบอลแล้ว “ดาวิด อลาบา” เป็นชื่อที่โดดเด่นขึ้นมา และเป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่นต่างจากนักฟุตบอลทั่วไป กองหลังทีมเสือใต้ “บาเยิร์น มิวนิค” ประสบความความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งในฐานะนักเตะอาชีพกับต้นสังกัด ได้เริ่มปรากฎตนเป็นประจำในงานแฟชั่นสำคัญ ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา อลาบาได้สัมภาษณ์กับ HYPERBEAST ว่า “คุณสามารถเปิดเผยบางสิ่งที่เป็นตัวตนของคุณ ด้วยสไตล์และภาษากายของคุณ – สไตล์ของคุณแสดงให้โลกได้เห็นถึงตัวตนของคุณ และสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ” แน่นอนว่าสไตล์ของอลาบานั้นต่างไปจากนักฟุตบอลคนอื่นๆ ดาวเตะสัญชาติออสเตรียนิยมชมชอบแบรนด์ที่หรูหราดังเช่น Dior, Maison Margiela, Louis Vuitton และ Bottega Veneta

อลาบาถือเป็นหนึ่งในกลุ่มนักเตะที่นับวันจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เป็นกลุ่มนักเตะที่ยกระดับความสนใจในเรื่องของแฟชั่น ดังที่เราได้เห็นนักเตะอย่าง “เฮคเตอร์ เบลเลริน” โลดแล่นบนแคทวอล์คให้กับ Louis Vuitton แม้กระทั่งสองคู่ซี้จากทีเอฟเวอร์ตันอย่าง “ทอม เดวี่ส์” และ “โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน” ที่ไปปรากฎตัวอยู่ในงาน New York Fashion Week เมื่อครั้งที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเบรคหนีหนาวตอนต้นปีที่ผ่านมา โดยอลาบาได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ของเขาในงานแฟชั่นวีคว่า “ผมชอบในความจริงที่ว่า ผู้คนต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกได้มาบรรจบพบกันในงาน ได้แชร์ถึงความรักที่พวกเขามีต่อวงการแฟชั่น ได้รับแรงบันดาลใจ และเข้าใจความหมายของแฟชั่น – สำหรับผมแล้ว นี่เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะได้เห็นบางสิ่งบางอย่างนอกเหนือไปจากฟุตบอลบ้าง”

นี่นับเป็นฤดูกาลที่ 10 สำหรับ “ดาวิด อลาบา” ในการลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิคหลังย้ายมาร่วมทีมได้เพียงแค่ 2 ฤดูกาล อลาบามีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้นในตอนที่ย้ายจากทีมออสเตรีย เวียนนามาร่วมทัพเสือใต้ ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่อยู่แคว้นบาวาเรีย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าตัวจะมีความผูกพันกับเมืองมิวนิค “มิวนิคได้กลายเป็นบ้านหลังที่ 2 ของผม ผมหลงรักผู้คนและบรรยากาศในเมือง ผมรู้สึกเหมือนได้อยู่กับบ้าน” โดยไฮไลท์ในช่วงเวลาการค้าแข้งของเขากับทีมเสือใต้คงเป็นฤดูกาล 2013/2014 ที่สามารถคว้าทริปเปิ้ลแชม์ได้สำเร็จ ไล่เรียงไปตั้งแต่แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกส์ แชมป์บุนเดสลีกา และแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ตลอดระยะเวลานี่เองที่อลาบามีโอกาสได้ร่วมงานกับยอดกุนซือดังเช่น “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า”, “คาร์โล อัลเชล็อตติ” และ “หลุยส์ ฟาน กัล” เป็นต้น โดยอลาบาได้กล่าวถึงโอกาสที่ที่ได้ทำงานกับเหล่ากุนซือยอดฝีมือของโลกว่า “อย่างแรกเลยคือผมรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมงานกับพวกเขา – ผมพัฒนาและเรียนรู้จากผู้จัดการทีมทุกคน ซึ่งช่วยให้ผมพัฒนาทั้งการเล่นในสนามและพัฒนาตัวตนของผมเอง” 

แม้ทีมเสือใต้จะเริ่มต้นฤดูกาล 2019/2020 ได้กระท่อนกระแท่น ถึงขนาดที่มีการปลดผู้จัดการทีม “นิโค โควัช” ออกไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ทีมก็กลับมายืนตระหง่านอยู่บนแท่นจ่าฝูง และเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์บุนเดสลีกาเป็นฤดูกาลที่ 8 ติดต่อกัน อย่างไรก็ดีมีการประกาศหยุดการแข่งขันเป็นการชั่วคราวไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม หลังการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในทวีปยุโรป “ดาวิด อลาบา” เชื่อว่าการประกาศหยุดการแข่งขันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง “เราต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ สุขภาพของทุกคนเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกในเวลานี้ สำคัญยิ่งกว่าการลงฝึกซ้อมและการแข่งขันฟุตบอล” อย่างไรก็ดีอลาบาได้ให้ความเห็นว่าเมื่อสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง ฟุตบอลจะช่วยเยียวยาหัวใจของทุกผู้คน “ฟุตบอลยังคงมีบทบาทสำคัญในสังคมของเรา หลังผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้ ผู้คนต้องการพลังบางอย่างที่จะทำให้พวกเขารู้สึกเป็นสุขอีกครั้ง ผมมั่นใจว่าฟุตบอลมีพลังที่จะให้ทุกคนมีความสุข”

ที่มา: HYPERBEAST.COM
ถอดความโดย: MenthoL


Shares