Shares
  • 108
    Shares

เซบายอสจัดได้ว่าเป็นนักเตะกองกลางที่มีทักษะเฉพาะตัวดีเยี่ยม มีเทคนิคการครองบอลและผ่านบอลที่มี “คลาส” ใกล้เคียงกับ “เมซุต โอซิล”

สวัสดีครับชาว UP! วันนี้เราจะมาวิเคราะห์เรื่อง “คีย์แมน” ของท็อปซิกส์ทีมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และนี่ถือเป็นตอนแรกเราขอเริ่มกันที่ทีมจากนอร์ท ลอนดอน อย่าง “อาร์เซน่อล” 

ช่วงตลาดนักเตะหน้าร้อนในอังกฤษที่ผ่านมา ทีมปืนใหญ่อาร์เซน่อลโดนปรามาศว่าแทบที่จะไม่มีทุนทรัพย์ให้กุนซือชาวสเปน “อูไน เอมิรี” แต่ด้วยการเล่นแร่แปรธาตุของบอร์ดบริหารที่นำโดย “เอดู” อดีตนักเตะชาวบราซิลของทีมที่เข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการเทคนิคคนใหม่ของสโมสร การตบเท้าเข้ามาเสริมทีมของ 6 นักเตะหน้าใหม่ จึงเหมือนเป็นการตบหน้าเหล่านักวิจารณ์จากทุกสำนักที่สบประมาทบอร์ดบริหารของทีมปืนใหญ่ และหนึ่งในหกนักเตะที่ถูกนำตัวเข้ามา ที่ผู้เขียนเชื่อว่านี่คือ “คีย์แมน” คนสำคัญที่จะพาอาร์เซน่อลสู้ศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ได้อย่างถึงพริกถึงขิง ก็คือ “ดานี่ เซบายอส” ดาวเตะสัญชาติสเปน วัย 23 ปี ที่ถูกยืมตัวมาจากสโมสร “รีล มาดริด”

“ดานี่ เซบายอส” เคยถูกยกย่องว่าเพชรเม็ดงามของวงการฟุตบอลสเปน ตั้งแต่สมัยที่เลื่อนขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ของ “รีล เบติส” ในลีกา 2 สเปน ตั้งแต่ฤดูกาล 2014 มีส่วนสำคัญในการนำทีมรีล เบติสเลื่อนชั้นขึ้นมายัง ลา ลีกา สเปน ในฤดูกาลเดียวกัน จากนั้นก็ยืนระยะเป็นตัวหลักให้กับรีล เบติสมาโดยตลอด จนกระทั่งฤดูกาล 2017 ก็ถูกรีล มาดริด ซื้อตัวไปร่วมทีม ด้วยค่าตัว 18 ล้านยูโร ฟอร์มการเล่นของเซบายอสกับรีล มาดริดในสองฤดูกาลที่ผ่านมาก็ไม่ได้ถือว่าขี้เหร่เท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่ทำให้ กุนซือ “ซีเนดีน ซีดาน” ไว้วางใจได้ อีกทั้งซีดานมีการบ้านชิ้นใหญ่ที่จะต้องเร่งนำ “รีล มาดริด” กลับมาทวงบัลลังค์แชมป์ ลา ลีกา สเปน จาก “บาร์เซโลน่า” ให้ได้โดยเร็วที่สุด จึงจำเป็นที่จะต้องปล่อยเซบายอสออกจากทีมในรูปแบบการยืมตัว เพื่อที่ตัวนักเตะจะได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง 

หลายคนมองว่าอาร์เซน่อล มียอดกองหน้าอย่าง “ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง” หรือ “อเล็กซองเดร ลากาเซ็ตต์” อีกทั้งพึ่งจะเสริมเกมรุกด้วยอาวุธหนักอย่าง “นิโกล่าส์ เปเป้” นักเตะทั้งสามคนสามารถเป็น “คีย์แมน” ของทีมได้อย่างไม่ขัดเขิน แต่ผู้เขียนก็ยกตำแหน่งคีย์แมนให้กับ “ดานี่ เซบายอส” เพราะนี่คือนักเตะในตำแหน่งกองกลางที่อาร์เซน่อลขาดหายตั้งแต่เสีย “เชส ฟราเบกาส” ให้กับบาร์เซโลน่าไปเมื่อ 8 ปีก่อน

จริงอยู่ที่ทีมยังอัดแน่นไปด้วยกองกลางชั้นดี แต่ “กรานิต ชาก้า” “มัตเตโอ เกนดูซี่” หรือ “ลูคัส ตอร์เรร่า” แต่กองกลางทั้งสามคนนี้ก็เป็นนักเตะที่มีรูปแบบและทักษะการเล่นแตกต่างไปจากเซบายอส โดยทั้งหมดต่างโดดเด่นในการเล่นเกมรับ แต่ยังขาดทักษะในการพลิกเกมและความเอกอุในการช่วยทีมเล่นเกมรุก ซึ่งตรงจุดนี้เองที่เซบายอสจะเข้ามาเติมเต็ม และทำให้การขึ้นเกมของอาร์เซน่อลมีความลื่นไหลมากกว่าเดิม

“ดานี่ เซบายอส” จัดได้ว่าเป็นนักเตะกองกลางที่มีทักษะเฉพาะตัวที่ดีเยี่ยม มีการครองบอลที่เหนียวแน่น การจ่ายบอลสั้นที่แน่นอน มีการจ่ายบอลแบบคิลเลอร์พาสจากพื้นที่กลางสนามที่โดดเด่น อีกทั้งการวางบอลยาวที่แม่นยำ เซบายอสสามารถพักบอลที่เคลียร์ออกมาจากกรอบเขตโทษของทีมตัวเอง และพลิกเกมจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว ตรงกันข้ามกับกองกลางคนอื่นทีมที่ค่อนข้างจะเชื่องช้า และเน้นการป้ายบอลสั้นๆ ให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่น ลักษณะการเล่นที่พลิกจากรับมาเป็นรุกของเซบายอสจะช่วยสนับสนุนกองหน้าที่มีความเร็วสูงอย่างปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยองและปีกฝีเท้าจัดอย่างนิโกล่าส์ เปเป้ด้วยการวางบอลยาวหรือการส่งบอลแบบคิลเลอร์พาสจากแดนหลัง ซึ่งจะมีพื้นที่ให้กองหน้าวิ่งกระชากกองหลังคู่แข่งในเกมสวนกลับเร็วได้ดีเป็นอย่างยิ่ง

การมีส่วนร่วมกับเกมรุกของเซบายอสนั้นทำได้เป็นอย่างดี ตัวนักเตะมีทักษะการยิงไกลด้วยเท้าขวาที่ดีเยี่ยม อีกทั้งเทคนิคการครองบอลและผ่านบอลที่มี “คลาส” ใกล้เคียงกันกับ “เมซุต โอซิล” แต่เซบายอสดูดีกว่าที่มีความมุ่งมั่น กระหายที่จะมีส่วนร่วมกับเกมตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่กุนซืออูไน เอมิรีจะมอบหมายให้รับกองกลางเจ้าของเสื้อหมายเลข 8 เป็นผู้รับผิดชอบลูกตั้งเตะทั้งหมด

ถึงแม้ตำแหน่งที่ชื่นชอบของเซบายอสคือมิดฟิลด์ตัวกลาง แต่เจ้าตัวก็มีความยืดหยุ่นพร้อมที่จะเล่นตามตำแหน่งที่ กุนซืออูไน เอมิรี จัดวางไว้ให้ ดังที่เราได้เห็นเขาในตำแหน่งปีกซ้ายในนัดที่พ่าย “ลิเวอร์พูล” ไป 3 – 1 แต่ผู้เขียนก็ยังยืนยันว่า ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง คือตำแหน่งที่จะทำให้อาร์เซน่อลได้ประโยชน์จากดานี่ เซบายอสมากที่สุด ซึ่งเคยพิสูจน์มาแล้วในนัดที่เปิดบ้านเอาชนะ “เบิร์นลี่” ไปได้ 2 – 1 ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2 โดยในนัดนี้เซบายอสได้โอกาสประเดิมสนามเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้ลงสนามเป็นตัวสำรองในนัดแรกที่พบกับ “นิวคาสเซิล” มาแล้ว

แน่นอนว่าเซบายอสก็ไม่ทำให้เหล่ากองเชียร์ทีมปืนโตผิดหวัง ด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่น ทำให้ไดนามิคการเล่นในแดนกลางอาร์เซน่อลมีมิติเพิ่มมากขึ้น เซบายอสนำทัพในแดนกลางประสานงานกันกับเกนดูซี่ช่วยให้ทีมมีเปอร์เซ็นต์ในการครองบอลที่เหนือกว่าคู่แข่งถึง 68 เปอร์เซ็นต์ โดยอาร์เซน่อลได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 13 จากการเปิดลูกเตะมุมของเซบายอส เปิดยัดเข้าไปที่เสาแรกให้ลากาเซ็ตต์พักบอล พิงกองหลังคู่ต่อสู้ก่อนตวัดยิงประตูเข้าไป นับเป็นแอสซิสต์แรกของดาวเตะสัญชาติสเปน

หลังจากนั้นในช่วงครึ่งเวลาแรกฟอร์มการเล่นของเซบายอสเริ่มฉายแววเจิดจรัส ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ ช่วยทีมพักบอลในแดนกลางคุมจังหวะการเล่นของทีม ช็อตประทับใจอีกหนเกิดตอนที่เซบายอสได้บอลบริเวณกลางสนามก่อนจะโดนรุมกินโต๊ะด้วย 3 นักเตะของเบิร์นส์ลี่ที่พยายามเข้ามาช่วยบีบตัดบอล แต่เซบายอสก็พลิกตัวหลบ 360 องศา ล่อหลอก จนหลุดมาจากวงล้อมของนักเตะเบิร์นส์ลี่ได้อย่างสุดยอด เรียกเสียงเฮจากสาวกเดอะกันเนอร์สได้กึกก้องทั่วสนาม  หลังจากโดนตีเสมอในช่วงท้ายครึ่งแรก ดูเหมือนความกดดันจะเทมาทางฝั่งอาร์เซน่อล  แต่ความกระหายของเซบายอสที่ช่วยไล่ตัดบอลในแดนหน้าได้สำเร็จ ก่อนจะจ่ายให้โอบาเมยองสังหารเข้าไปเป็นประตูชัยในนาทีที่ 64 ทำให้เซบายอสจบเกมนั้นด้วยการทำ 2 แอสซิสต์ และคว้าตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง

ฟอร์มการเล่นของ “ดานี่ เซบายอส” ในฤดูกาลนี้ จึงถือเป็นตัวชี้วัดว่า “อาร์เซน่อล” จะประสบความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน เพราะนี่คือนักเตะที่สามารถสร้างอิมแพ็คได้โดยตรงกับทีม ยกระดับแผงกองกลางของอาร์เซน่อล ในวันที่ “เมซุต โอซิล” เริ่มโรยลา และหมดไฟในการเล่น “ดานี่ เซบายอส” จะเข้ามาเป็นผู้จุดไฟดวงใหม่ในใจสาวกทีมปืนโตให้ลุกโชนและเร่าร้อนขนาดไหน เวลาจะเป็นตัวบอกพวกเราในท้ายฤดูกาล  

Writer : MenthoL
Image : Arsenal


Shares
  • 108
    Shares