Shares

เกมการแข่งศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกรอบชิงชนะเลิศเมื่อคืนที่ผ่านมา “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลเฉือนเอาชนะฟลาเมงโก้จากบราซิลไปได้ 1 ประตูต่อ 0

ทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรกันได้ในช่วงเวลาปกติ จบ 90 นาทีสกอร์ยังคงเสมอกันที่ 0 – 0 ก่อนที่โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่หัวหอกทีมชาติบราซิลจะมายิงประตูชัยให้ลิเวอร์พูลในนาทีที่ 99 ช่วยให้ทีมได้ฉลองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกหนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรได้เป็นผลสำเร็จ อีกทั้งยังเป็นการถอนแค้นที่เคยแพ้นัดชิงชนะเลิศในรายการนี้ต่อฟลาเมงโก้เมื่อปี 1981 อีกด้วย

หลังจบเกมเจอร์เก้น คล็อปกุนซือได้กล่าวว่า “มันยอดเยี่ยมมาก พวกเราทุกคนต่างรู้สึกเหนื่อยล้าจากเกมที่ตึงเครียดแบบนี้ มันมีช่วงเวลาหนึ่งที่ผมไม่อาจจะนึกหาคำพูดในภาษาของผม (เยอรมัน) มาอธิบายถึงความเคารพที่ผมมีต่อนักเตะของผมได้ นี่เป็นฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในเกมที่สำคัญกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง แต่เราก็ทำได้ดีใน มันแทบไม่น่าเชื่อ และผมรู้สึกยินดีกับแฟนบอลของพวกเรา บรรยากาศในสนามนั้นยอดเยี่ยมมาก ผมเสียใจกับแฟนบอลของฟลาเมงโก้ไม่อาจจะฉลองในเกมนี้ได้ แต่ผมคิดว่าพวกเขาจะต้องภาคภูมิใจในตัวของพวกเขาเองและในทีมของพวกเขา แต่ผมคิดว่าเราสมควรได้รับชัยชนะในค่ำคืนนี้ ในหลายจังหวะที่เราสมควรจะสามารถทำประตูได้และในหลายจังหวะที่เราเป็นฝ่ายที่ครองเกมบุกได้เหนือกว่า ผมรู้สึกมีความสุขเป็นอยากมาก”

ส่วนกัปตันทีมจอร์แดน เฮนเดอร์สันได้มองไปถึงเกมนัดต่อไปและกล่าวว่า “เรายังต้องทำงานกันต่อ เรามีเกมสำคัญรออยู่ในกลางสัปดาห์หน้า แน่นอนว่าเราจะชื่นชมความสำเร็จในค่ำคืนนี้ แต่พรุ่งนี้เราจะต้องรีบฟื้นฟูพละกำลัง แล้วเพ่งความสนใจไปกับเกมที่จะเจอกับเลสเตอร์”

ในส่วนของคู่ชิงอันดับสามนั้น มอนเทอร์เรย์จากเม๊กซิโกเอาชนะอับ-ฮิลาลจากซาอุดีอาระเบียไปได้ในการดวลจุดโทษ 4 – 3 หลังเสมอในเวลาปกติ 2 – 2

Writer : MenthoL


Shares