Shares

“ผมก้มหน้าก้มตาและฝึกซ้อมอย่างหนัก ผมผ่านการฝึกซ้อมทุกมื้อ และผมได้ลงเล่นทุกเกมกับเลสเตอร์ ซิติ้ในช่วงปรีซีซั่น ดังนั้นผมจึงมีความฟิต การได้ลงประเดิมเป็นตัวจริงในนัดแรกถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผม” แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกกับ MUTV หลังจากย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ประสบกับความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง หลังจบเพียงอันดับที่ 6 พร้อมกับเสียประตูไปถึง 54 ลูก ซึ่งถือเป็นการเสียประตูมากที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

ปัญหาที่มองเห็นได้จากสถิติตรงนี้คือเกมรับของทีม ซึ่งอันที่จริงอดีตกุนซืออย่าง “โชเซ่ มูรินโญ่” ทราบถึงปัญหานี้แต่ขาดการสนับสนุนจากบอร์ดบริหารในการซื้อนักเตะเข้ามาร่วมทีมเมื่อตอนต้นฤดูกาล 2018/2019 เป็นผลให้มูรินโญ่เองก็อยู่คุมทีมไม่ครบเทอม ก่อนที่บอร์ดบริหารจะดึงตัวอดีตตำนานนักเตะของทีมอย่าง “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” เข้ามาแก้วิกฤตเมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ดังนั้นนักเตะในแผงกองหลังจึงเป็นจุดสำคัญที่กุญซือสายเลือดนอร์วีเจี้ยนต้องเร่งให้บอร์ดบริหารซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเพื่อศักยภาพให้กับทีมในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา

ดีลแรกของทีมปีศาจแดงในช่วงซัมเมอร์คือการเซ็นสัญญาคว้าตัว “แดเนียล เจมส์” ปีกดาวรุ่งทีมชาติเวลล์มาจากทีม “สวอนซี ซิตี้” ตามติดมาด้วยการเปิดตัว “อารอน วาน-บิสซาก้า” แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษชุด U-21 จาก “คริสตัน พาเลซ” โดยทั้งสองดีลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในตอนต้นของตลาดซื้อขายนักเตะช่วงเดือนมิถุนายน จากนั้นก็เกิดข่าวลือเรื่องการย้ายทีมของนักเตะหลากหลายคนที่ตกเป็นข่าวที่จะย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่จนแล้วจนรอดก็กลายเป็นแค่ข่าวโคมลอย ปล่อยให้สาวกทีมปีศาจแดงต้องนั่งจิ้มสมาร์ทโฟนคอยเช็คข่าวการย้ายตัวนักเตะอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทางสโมสรฯ ก็ได้ประกาศเปิดตัวกองหลังตัวใหม่อย่างเป็นทางการ เมื่อชื่อของ “แฮร์รี่ แม็คไกวร์” ปรากฎอยู่บนโซเชียล มีเดียอย่างเป็นทางการของสโมสรฯ ทำให้หัวใจของเหล่าสาวกทีมปีศาจแดงต่างพองโต อาการยิ้มกรุ่มกริ่ม ดีใจ ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง แพร่สะพัดไปทั่วในสื่อโซเชียล มีเดีย แต่บนเส้นคู่ขนานนั้นก็มีเสียงจากนักวิจารณ์หลายสำนักที่ตั้งข้อสังเกตุถึงค่าตัวที่แมนฯ ยู ต้องจ่ายให้กับ “เลสเตอร์ ซิตี้” ถึง 80 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นค่าตัวนักเตะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางที่แพงที่สุดในโลกว่าคุ้มค่าหรือไม่ บ้างก็ว่าถ้าแมนฯ ยู ควักเงินในคลังไปประเคนให้เลสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่ฤดูกาลก่อนตามที่โชเซ่ มูรินโญ่ต้องการ สโมสรคงไม่ต้องเสียเงินมากมายขนาดนี้ บ้างก็ว่าค่าตัวสถิติโลกขนาดนี้อาจทำให้ตัวนักเตะเองแบกรับความกดดันไม่ได้ แต่เชื่อว่าข้อกังขาต่างๆ นาๆ นี้ ไม่ได้ทำให้แฟนทีมปีศาจแดงหรือตัวแฮร์รี่ แม็คไกวร์เองหวั่นไหวแต่อย่างใด

ในการเปิดปากให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกกับ MUTV หลังจากย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่และความปราถนาที่จะลงประเดิมสนามให้กับสโมสร เมื่อถูกตั้งคำถามถึงการเตรียมพร้อมในช่วงปรีซีซั่นและความคาดหวังที่จะได้ลงสนามในเกมแรกของศึกพรีเมียร์ลีก โดยแม็คไกวร์ได้ตอบว่า “ใช่ ผมก้มหน้าก้มตาและฝึกซ้อมอย่างหนัก ผมผ่านการฝึกซ้อมทุกมื้อ และผมได้ลงเล่นทุกเกมกับเลสเตอร์ ซิติ้ในช่วงปรีซีซั่น ดังนั้นผมจึงมีความฟิต การได้ลงประเดิมเป็นตัวจริงในนัดแรกถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผม เพราะผมพึ่งได้ย้ายมายังทีมที่ผมต้องการ ตอนนี้ผมรู้ว่าตัวเองพร้อมที่จะเป็นตัวเลือกในการลงเล่นเกมนัดเปิดสนาม ผมรู้สึกว่าผมพร้อมที่จะลงเล่น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้จัดการทีม”

อาจจะเป็นเพราะบทสัมภาษณ์นี้หรือไม่ก็ตามแต่  “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” ได้เลือกใส่แฮร์รี่ แม็คไกวร์ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมเปิดฤดูกาลกับ “เชลซี” ที่สนาม “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” ซึ่งตัวแม็คไกวร์เองก็ไม่ได้ทำให้เจ้านายผิดหวัง เมื่อสร้างผลงานในสนามได้โดดเด่น ช่วยให้แผงหลังของทีมดูนิ่งขึ้น และมีจังหวะตัดบอลที่เรียกเสียงเชียร์จากแฟนบอลในสนามได้หลายต่อหลายครั้ง สุดท้ายช่วยให้ทีมรักษาคลีนชีทได้สำเร็จ หลังสกอร์จบลงด้วยชัยชนะของทีมปีศาจแดงไป 4 -0

หลังจากชัยชนะนัดเปิดสนามอันหอมหวาน ผ่านไปเพียง 3 สัปดาห์ทุกอย่างดูเหมือนกลับตาลปัตร เมื่อทีมทำได้เพียงแค่เสมอกับ “วูล์ฟแฮมป์ตัน” ในนัดที่ 2 พ่ายคาบ้านต่อ “คริสตัล พาเลซ” ในนัดที่ 3 และเสมอกับ “เซาแธมป์ตัน” ในนัดที่ 4 ทำให้แมนฯ ยูเก็บได้เพียงแค่ 5 แต้มจาก 4 นัดแรก รั้งอยู่ในอันดับ 8 ของตารางการแข่งขันพรีเมียร์ ลีก บรรยากาศในทีมเริ่มหม่นหมอง เมฆครึ้มปกคลุมไปทั่วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ผู้จัดการทีมอย่างโซลชามีการบ้านให้ปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดีที่เข้าสู่ช่วงพักเบรคในลีกเพื่อเปิดทางให้นักเตะไปรับใช้ทีมชาติ มีเวลาให้โซลชาและทีมงานได้พักหายใจหายคอ ก่อนที่นักเตะจะกลับมารายงานตัวเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดบ้านต้อนรับอดีตต้นสังกัดของแม็กไกวร์ อย่างเลสเตอร์ ซิตี้

หากจะวิเคราะห์โดยผลงานส่วนตัวของ “แฮร์รี่ แม็คไกวร์” หลังจากผ่านพ้นไป 4 นัดในพรีเมียร์ ลีก ต้องถือว่าเจ้าตัวทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่แฟนบอลของทีมปีศาจแดงต่างคาดหวังในตัวนักเตะปราการหลังตัวกลางไว้สูงมาก แต่เชื่อได้ว่าแม็คไกวร์จะไม่ทำให้เหล่าแฟนบอลผิดหวัง ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ถึง 194 เซนติเมตร ทำให้แม็คไกวร์โดดเด่นในการเล่นลูกกลางอากาศ ความหนาของสรีระร่างกายก็มีส่วนช่วยให้การเข้าสกัด ปะทะและการประกบตัวคู่ต่อสู้ทำได้ดีเป็นอย่างยิ่ง ทักษะการอ่านเกมและตัดบอลถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่แม็คไกวร์แสดงให้เห็นมาหลายต่อหลายครั้ง ที่สำคัญอีกจุดหนึ่งคือการมีส่วนร่วมในการครองบอล และพาบอลขึ้นไปข้างหน้า

แม็คไกวร์ถือเป็นกองหลังตัวกลางในยุคโมเดิร์นฟุตบอลที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขาดหายไปตั้งแต่ “ริโอ เฟอร์ดินานด์” ย้ายออกจากทีม เป็นกองหลังตัวกลางที่มีทักษะการใช้เท้าได้เป็นอย่างดี กล้าที่จะพาบอลบุกไปข้างหน้าเพื่อช่วยทีมในการเล่นเกมรุก และสุดท้ายคือเป็นเป้าหมายที่เพื่อนร่วมทีมสามารถเปิดบอร์มไปให้ได้ในยามที่ทีมได้ลูกตั้งเตะ

ด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ เราจึงสรุปได้ว่าแฮร์รี่ แม็คไกวร์คือคีย์แมนสำคัญ ในแผงหลังของแมนฯ ยู ที่โซลชา วางไว้เป็นเซ็นเตอร์แบ็คตัวหลัก ส่วนคู่ขาในตอนนี้คือ “วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ” ที่ฟอร์มการเล่นยังไม่เข้าตาสาวกปีศาจแดงสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังมี “อักเซล ตวนเซเบ้” ดาวรุ่งจากอคาเดมี่ของสโมสร ที่รอโอกาสพิสูจน์ตัวเองอยู่ ข้างสนาม หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีกับ “แอสตัน วิลล่า” ในสัญญายืมตัวเมื่อฤดูกาลก่อนและมีส่วนสำคัญในการพาทีมวิลล่าเลื่อนชั้นกลับมายังพรีเมียร์ ลีกอีกครั้ง

หลายคนอาจจะให้ความเห็นว่าเกมของแมนฯ ยูจะดีหรือแย่ก็ต้องขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นของ “ปอล ป็อกบา” ในวันนั้น หรือฟอร์มการเล่นของดาวรุ่งอย่าง “แดเนียล เจมส์” คือตัวแปรที่ทำให้ทีมได้รับชัยชนะ แต่สุดท้ายแล้วรากฐานที่แข็งแกร่งต่างหากที่จะนำทีมสู่ความสำเร็จ และ “แฮร์รี่ แม็คไกวร์” คือคำตอบที่ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ได้เลือกกาไว้ เรามาคอยติดตามกันว่าคำตอบนี้จะถูกต้องหรือไม่ในท้ายฤดูกาล

Writer : MenthoL
Image : Manchester United


Shares