Shares

“ความเร็วถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนารองเท้าตระกูล Zoom แต่ยังต้องตรงกับความต้องการของนักวิ่งทุกระดับ ตั้งแต่คนที่วิ่งเพื่อความสนุกในวันหยุดจนถึงนักวิ่งมาราธอนระดับโลก”

รองเท้าวิ่งตระกูล Zoom ของ Nike แต่ละรุ่นจะมีคุณสมบัติต่างกันจากการเลือกใช้พื้นรองเท้า 2 แบบ ซึ่งก็คือเทคโนโลยี Nike Air Zoom หรือโฟม Nike ZoomX ที่จะมอบประสบการณ์ขณะสวมใส่ที่แตกต่างกัน

โดยรองเท้าเซ็ทนี้มาในสีเขียวโทนนีออนที่สะดุดตาและมีลักษณะสะท้อนแสงในแบบที่ Nike พัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะ (สีเขียวโทนนี้เป็นสีที่สายตามนุษย์มองเห็นได้ไวที่สุด) Nike ยังพัฒนาสีโทนพิเศษสำหรับรองเท้าวิ่ง Nike ZoomX Vaporfly Next% คือสี Phantom Glow ตามสูตรทางเคมีเพื่อให้สีนี้มีลักษณะสะท้อนแสงตามแบบที่ต้องการ ส่วนรองเท้ารุ่นอื่นๆ จะใช้เทคนิคการไล่เฉดสีเพื่อให้ดูโดดเด่นแทน

รองเท้าสำหรับการฝึกซ้อมและการวิ่งระดับสมัครเล่น

  • Nike Air Zoom Pegasus 36

ถือเป็นรองเท้ารุ่นที่ขายดีที่สุดของ Nike การกลับมาครั้งนี้มาพร้อมกับหน้าผ้าที่ได้รับการยกระดับใหม่ โดยผลิตจากผ้าตาข่ายที่มีการเพิ่มจำนวนรูระบายอากาศในบริเวณที่มีเหงื่อหรือความร้อนสะสมสูง เช่นหน้าเท้าและอุ้งเท้า นอกจากนี้ยังมีเส้นใย Flywire Cables ที่ส่วนกลางเท้าเพื่อช่วยให้เท้าอยู่นิ่งขณะที่กำลังทำความเร็ว Nike ยังพัฒนาให้ขอบที่รองรับส้นเท้าและลิ้นรองเท้ามีขนาดที่บางลง จึงกระชับกับเท้าและสวมใส่ได้สบายมากยิ่งขึ้น Nike Air Zoom Pegasus 36 ยังคงใช้ชิ้นส่วนซูมแอร์ตลอดความยาวรองเท้าแบบเดียวกับที่เคยนำเสนอเป็นครั้งแรกในรองเท้ารุ่นก่อนหน้า เสริมด้วยโฟมคุชลอนที่ส่วนกลางของพื้นรองเท้าเพื่อความรู้สึกสบาย กระชับ และการตอบสนองที่ดีแม้จะใช้วิ่งอย่างยาวนาน

  • Nike Zoom Pegasus Turbo 2

นี่เป็นรุ่นที่ 2 ของตระกูล Pegasus Turbo เป็นรองเท้าที่พัฒนาขึ้นจากรากฐานของรองเท้า Nike Zoom Vaporfly 4% แต่ปรับปรุงหน้าผ้ารองเท้าให้บางกว่าเดิม ซึ่งเป็นผลจากการ ใช้วัสดุโปร่งแสงและชั้นโฟมเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างสำหรับล็อคส่วนกลางเท้าให้อยู่นิ่งที่สุดเมื่อวิ่งด้วยความเร็วอีกด้วย

รองเท้าสำหรับนักวิ่งมืออาชีพ

  • Nike Zoom Fly 3

รุ่นสำหรับสาวๆ เป็นรองเท้าวิ่งรุ่นแรกที่ Nike เลือกใช้แผ่นรองด้านในรองเท้าที่นุ่มกว่าเดิมเล็กน้อยและมีความโค้งเข้ากับเท้ามากขึ้น Nike Zoom Fly รุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่นนั้นใช้วัสดุผลิตหน้าผ้ารองเท้าที่โปร่งแสงและมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนๆ และการออกแบบให้เชือกผูกรองเท้าผสานร่วมกับโครงสร้าง arch-band ที่เสริมความกระชับกับเท้าได้ดีขึ้นด้วย ส่วนกลางพื้นรองเท้าใช้โฟมรีแอคเพื่อให้สวมใส่แล้วรู้สึกนุ่มและเสริมแรงขณะก้าวเท้า

นอกเหนือจากความนุ่มสบายแล้ว โฟมรีแอคยังเป็นฐานของแผ่นพื้นคาร์บอนไฟเบอร์ที่ยาวตลอดตัวรองเท้า ช่วยให้ทุกก้าวเปี่ยมไปด้วยพลัง ระยะความต่างของความสูงรองเท้าจากหน้าเท้าถึงส้นเท้าที่ Nike เลือกใช้ในรองเท้าวิ่งรุ่นนี้นั้นเป็นระยะที่สามารถช่วยลดการเจ็บเอ็นร้อยหวายและอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการวิ่งระยะไกลได้ด้วย ผลลัพธ์จากการผสานนวัตกรรที่ผ่านการทดสอบในห้องวิจัยทางการกีฬาของ Nike อย่างถี่ถ้วนนั้นส่งผลให้รองเท้ารุ่นใหม่นี้เป็นรองเท้าที่ช่วยให้นักวิ่งวิ่งได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดนับตั้งแต่ Nike เริ่มผลิตรองเท้าวิ่งมา

  

  • Nike ZoomX Vaporfly Next%

ข้อคิดเห็นจากนักกรีฑามีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนานวัตกรรมรองเท้าวิ่งตระกูลที่ได้รับเสียงชื่นชมจากนักกรีฑาระดับอาชีพ Nike ยังเลือกใช้วัสดุชนิดใหม่คือเส้นใย Vaporweave ที่หน้าผ้ารองเท้า โดยเส้นใยนี้มีน้ำหนักเบากว่าเส้นใยฟลายนิต ระบายอากาศได้ดีกว่า และดูดซึมความชื้นจากเหงื่อหรือน้ำฝนในอัตราที่น้อยกว่าเส้นใยฟลายนิต จึงช่วยให้รองเท้าแห้งและระบายอากาศได้ดีกว่า เหมาะกับการวิ่งมาราธอน

นักออกแบบยังเลือกใช้โฟม Nike ZoomX ในกระบวนการผลิตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับรองเท้า Nike Zoom Vaporfly 4% ช่วยให้นักวิ่งได้รับพลังงานกลับคืนกลับมามากถึงร้อยละ 85 ของแรงที่ใช้ในแต่ละก้าว แต่นักออกแบบของไนกี้ยังสามารถรักษาน้ำหนักของรองเท้าไว้ได้เท่าเดิม

อีกทั้งยังลดความต่างของความสูงที่ส้นเท้ากับหน้าเท้าลงได้จาก 11 มม. เป็น 8 มม. ช่วยให้นักวิ่งรู้สึกมั่นคงมากขึ้นขณะวิ่ง และลดแรงที่ใช้ขณะยกเท้าขึ้นจากพื้นลงได้ (Nike ยังคงฝังแผ่นคาร์บอนทรงโค้งไว้ในชั้นโฟม ช่วยให้นักวิ่งรู้สึกมั่นคงขึ้นและช่วยให้แต่ละก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังมากขึ้น) นอกจากนี้ ไนกี้ยังปรับลวดลายที่พื้นรองเท้าใหม่ ช่วยเสริมความมั่นคงขณะหน้าเท้าสัมผัสพื้น ช่วยให้ความมั่นคงขณะวิ่งในเวลาฝนตกได้มากขึ้น ปุ่มรองเท้าแบบโค้งและรอยบากที่พื้นรองเท้าที่ลึกขึ้นนั้นช่วยให้การเปลี่ยนทิศทางขณะวิ่งเป็นไปอย่างนิ่มนวลขึ้น

การวางจำหน่าย

รองเท้าวิ่งตระกูลซูมทุกรุ่นจะวางจำหน่ายทั่วไปตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมศกนี้เป็นต้นไป


Shares