Shares

ผ่านไปสองสัปดาห์แล้วเกมในสนามสนุกมากขึ้น ไล่เพรสซิ่งกันตลอดทั้งเกม ไม่ว่าทีมเล็กทีมใหญ่ต่างยกระดับตัวเองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ นี่เป็นสิ่งที่สโมสรและสมาคมต่างร่วมมือกันเพื่อให้ฟุตบอลไทยก้าวไปอีกขั้น

ใครติดตามไทยลีกฤดูกาลนี้จะเห็นว่าก่อนเกมจะเห็นธงที่ถูกอันเชิญลงไปในสนาแข่งขัน ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นคำว่า “Respect and Play on” นี่แหละคือแคมเปญใหม่ที่สมาคมฟุตบอลและไทยลีกได้ทำงานร่วมกัน

ถามว่าแคมเปญ “Respect and Play on” คืออะไร? ต้องบอกว่าเป็นแคมเปญที่เกิดขึ้นมาเผื่อยกระดับฟุตบอลไทยที่ชอบแกล้งเจ็บ, เล่นนอกเกม, นอนนาน หรือแม้แต่การประท้วงผู้ตัดสิน เพื่อทำให้เกม “ดีเลย์” สุดท้ายฟุตบอลไม่ต่อเนื่อง เกมไม่สนุก แฟนบอลอย่างเราก็เสียอารมณ์ไปกับเกม

จำได้ไหมครับว่า “อากิระ นิชิโนะ” หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยเคยพูดในนัดแรกที่เขาเข้ามาคุณทีมชาติไทยพบกับทีมชาติเวียดนาม ว่า “ฟุตบอลระดับล่าง จะใช้เวลานอนมากกว่าเล่นบอล” นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ฟุตบอลไม่ไปถึงไหน

ตั้งแต่ เจ, มุ้ย, อุ้ม ไปเล่นเจลีก เชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยคงเห็นว่าพวกเขาเล่นกันแทบไม่หยุด ถ้าไม่เจ็บจริงไม่นอนสำออย ผิดจริงไม่เถียง จากข้อมูลที่ “ช้างศึก” เอามา บอกว่า “ลีก เอิง, ลาลีกา และกัลโช่ เซเรีย อา นั้น นักเตะส่วนใหญ่ใช้เวลาในการเล่นในสนามเฉลี่ยต่อนัดที่ 65 นาที (นับเฉพาะขณะที่บอลเคลื่อนที่) และพรีเมียร์ลีกเองซึ่งเป็นลีกที่คนไทยนิยมชมและเชียร์กันก็ยังมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 60 นาทีต่อนัด”

“ในขณะที่ลีกชั้นนำทางฝั่งเอเชียอย่างเจลีกและเคลีกก็มีค่าเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกับลีกยุโรปที่ 55 นาที แต่น่าเสียดายที่ลีกของไทยกลับมีค่าเฉลี่ยเพียงแค่ 45 นาทีเท่านั้น หรือถ้าจะพูดแบบภาษาบ้านๆ คือ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่เราเตะกันแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นเอง”

เอาล่ะ ผ่านไป 2 นัดแล้วก็เห็นทิศทางที่ดีขึ้น เกมต่อเนื่องขึ้น แถมยังเล่นเร็วแบบบอลสมัยใหม่ ถ้ามองภาพว่าเราจะไปฟุตบอลโลก มันไม่ใช่แค่ทีมชาติทำผลงานให้ดี แต่มันต้องมาจากรากฐาน ทั้งเยาวชน รวมถึงคุณภาพลีกที่เข้มข้นขึ้น เราถึงจะมีนักเตะให้เลือกใช้ไม่ขาดมือ

ขอบคุณข้อมูลจากช้างศึก และรูปภาพจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


Shares