Shares

จบไปแล้วสำหรับเกมนัดเปิดสนามฟุตบอล U23 ชิงแชมป์เอเชีย ที่มีตั๋วฟุตบอลโอลิมปิกเป็นเดิมพัน ทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเอาชนะทีมชาติบาห์เรน 5-0 เล่นเอาแฟนบอลยิ้มไม่หุบกันเลย

เกมเมื่อวานทุกอย่างเล่นกันไหลลื่น มีระเบียบ มีวินัย แถมจบสกอร์ได้เฉียบคม มีหลายอย่างที่เราเห็นว่าดีในเกมนี้ และยังมีข้อผิดพลาดบางอย่างที่เราต้องแก้ เรามาดูข้อดี – ขอเสียจากเกมนี้กันบ้าง

10 ข้อดี

1. วินัย – เกมนี้เราจะเห็นว่าผู้เล่นทุกคนมีวินัย รู้จักหน้าที่ตัวเองเป็นอย่างดี ผู้เล่นทุกคนขยับเป็นแผง รับเป็นแผง ถึงแม้บางครั้งเพื่อนหมดแรง ก็จะมีอีกคนมายืนตำแหน่งแทน เพื่อไม่ให้เสียโครงสร้างเกม

2. เข้าใจแทคติก – ระบบ 4-2-3-1 เป็นแผนการเล่นถนัดของ อากิระ นิชิโนะ เห็นได้ตั้งแต่สมัยคุมทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลกเรื่อยมาถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่ ก่อนหน้านี้หลายคนค่อนแคะว่าทำไมทัวร์นาเมนต์ซีเกมเราทำผลงานได้ไม่ดีนัก นั่นเพราะว่านิชิโนะมีเวลาที่จะใส่แทคติกให้กับทีมน้อยเกินไป ช่วงนั้นเป็นเวลาคาบเกี่ยวกับชุดใหญ่ทำให้ไม่ได้มาดูด้วยตัวเอง ถึงเวลานี้น้องๆ ได้เรียนรู้และลงอุ่นเครื่องมาหลายนัดทำให้เข้าใจแทคติดชัดขึ้น จนแสดงผลออกมาในเกมเมื่อวาน

3. ทำงานเป็นทีม – ออกตัวก่อนว่าเมื่อวานเราอยู่ในสนาม บางจังวะในทีวีคงไม่ได้ถ่ายทอดเลยอาจจะไม่เห็นว่าน้องช่วยกันชี้นิ้ว ทั้งสั่ง ทั้งตะโกนเวลาเสียบอล เพื่อให้กลับไปรับเร็วที่สุด ทั้งที่บางครั้งแรงเริ่มเหลือน้อยเต็มทีแต่ก็ยังเข็นตัวเองกลับไปยังตำแหน่ง

4. ภาษากายดี กล้าเล่น – อย่างที่บอกไปข้อก่อนหน้านี้ว่าทุกคนช่วยกันเล่น ชี้นิ้วสั่งกันตลอด เวลาเล่นบอลพลาด น้องๆ ไม่ออกอาการผิดหวังเหมือนที่ผ่านมา เพียงแค่ก้มหน้าแล้วเล่นต่อไป แววตาที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มเกมว่าไม่กลัว ตามที่ อากิระ นิชิโนะ พยายามปลูกฝังความกล้านี้ลงไปในหัว (กลับมาดูไฮไลต์ที่บ้าน เลยได้เห็นภาษากายที่ชัดขึ้น) จังหวะยิงเข้าก็วิ่งมาดีใจกันทั้งทีม ยิ่งทำให้เราหึกเหิมขึ้นไปอีก

5. การจบสกอร์ – เมื่อวานเรามีโอกาสยิง 16 ครั้ง เข้ากรอบไป 8 ครั้ง ได้ 5 ประตู ถือว่าเยี่ยมมาก เพราะปัญหาใหญ่ในบอลทัวร์นาเมนต์ของไทยอยู่ที่จังหวะต้องได้แต่ดันไม่ได้ ถึงเกมนี้จะมีจังหวะพลาดบ้าง แต่ถือว่าโอเคถ้าเทียบกับประตูที่ได้

6. แผงรุกจัดจ้าน – ผู้เล่นในแผงรุกจัดจ้านมาก คงไม่ต้องพูดชื่อแล้ว เอาเป็นว่าทุกคนเติบโตมาจากอคาเดมี่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพียงมองตาก็รู้ใจ จังหวะที่ศุภโชคจ่ายยัดให้ศุภณัฏฐ์ยิงขึ้นนำ ถ้าไม่รู้ใจกันจริงๆ ไม่กล้าจ่ายแบบนั้นแน่นอน เพราะช่องว่างตรงนั้นน้อยมาก ส่วนศุภชัย ใจเด็ดเก็บบอลได้ดีเยี่ยม อานนท์ อมรเลิศศักดิ์นี่ก็จี๊ดจ๊าดไม่กลัวใคร จังหวะเข้าทำของ 4 คนนี้แทบไม่ต้องมองห้นากันเลย จังหวะสวนกลับจะเห็นได้ว่าเราได้เปรียบทุกกระบวนท่า การสลับตำแหน่งทั้ง 4 ตลอดทั้งเกมก็ทำให้บาห์เรนประกบตัวยากขึ้น สร้างความปวดหัวให้เกมรับของบาห์เรนอย่างที่เห็นเมื่อวาน

7. คู่กลางดี – กฤษดา กาแมน กับ สรวิทย์ พานทอง ไม่มีอะไรจะเพอร์เฟคไปกว่านี้แล้ว ทั้งจังหวะรับไม่เคยหลุดตำแน่ง กฤษดาตัดเกมได้หนักแน่น มีการวางบอลยาวที่แมนยำ เปลี่ยนบอลจากรับเป็นรุกได้ทันที ส่วน สรวิทย์คุมจังหวะเกมได้ดีเยี่ยม ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ตำแหน่งถนัด แต่ต้องลงมาเล่นตัวโฮลบอลแถมทำได้ดีเกินคาด รู้ว่าจังหวะไหนควรเล่นยังไงทำให้ไทยเราเล่นได้ไหลลื่น

8. เกมรับเยี่ยม – แน่นอนว่าจังหวะของเกมรับยังมีความผิดพลาดให้เห็นบ่อยเหมือนกัน แต่ต้องบอกว่าเราทำได้ดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาจากทัวร์นาเมนท์ก่อน เริ่มจากคู่เซ็นเตอร์ที่พยายามปรับจูนตลอดเวลาในทัวร์นาเมนต์ก่อนหน้านี้ ซึ่งในช่วงที่ซ้อมก็พยายามทดลอง ทิตาวีร์ อักษรศรี ซึ่งก็ทำได้ดีจนแฟนๆ อยากให้ลงเป็นตัวจริง แต่สุดท้ายแล้วก็ได้คู่หูหน้าเก่าอย่าง ศฤงคาร พรหมสุภะ กับ ชินภัทร์ ลีเอาะ ลงมาทำหน้าที่เหมือนเดิม ซึ่งทั้งคู่เล่นด้วยกันมานาน รู้ใจกันเป็นอย่างดี ถึงบางช่วงจะหมดแรงมีแกว่งบ้าง แต่ก็ดักบอล และเข้าปะทะได้หนักหน่วงโดยเฉพาะศฤงคารเสียบแบบไม่กลัวตาย มาในส่วนของแบ็กสองข้างฝั่งขวาเป็นมีโชค มหาศรานุกูลที่อาจจะมีจังหวะผิดพลาดบ้าง แต่โดยรวมทำได้ดีทั้งเติมเกมตั้งแต่ต้นจนจบรับผิดชอบพื้นที่ทางฝั่งขวาได้ดีพอสมควร มาที่ทิตาธร อักษรศรี คนนี้โดนวิจารณ์หนักในทัวร์นาเม้นท์ก่อนหน้า เมื่อวานทิตาธรเติมไปขึ้นไปในจังหวะที่ถูกต้องคือไม่เติมสุดแบบที่ผ่านมาทำให้เขาถอยมารับได้เร็ว ไม่พลาดท่าเหมือนในซีเกม ด้วยความที่เป็นคนตัวใหญ่เลยได้เปรียบในการเข้าปะทะ ดักผู้เล่นบาห์เล่นจนไปไม่เป็นตั้งหลายครั้ง เล่นดีขนาดแฟนบอลชมไม่ขาดสาย ส่วนประตูอย่างกรพัฒน์ นารีจันทร์ ก็ทำได้ดีไม่มีที่ติทั้งการยืนตำแหน่ง การสั่งกองหลัง รวมถึงจังหวะเซฟยากๆ ก็มีให้เห็น

9. ตัวสำรอง – ถึงแม้แฟนๆ จะชอบบ่นว่า อากิระ นิชิโนะ เปลี่ยนตัวช้า แต่เมื่อวานทุกคนที่ลงมาเล่นเรียกว่าถูกส่งมาได้ถูกที่ถูกเวลา ทั้งกานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์และวรชิต กนิตศรีบําเพ็ญ ที่ลงไปทำคนละ 1 แอสซิส ส่วนเจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ลงมาพร้อมความสด ซัดปิดกล่องไปอีกสองลูกจบเกมแบบหล่อๆ

10. คีย์แมน – ขอยกให้ “สรวิทย์ พานทอง” แบบไม่ต้องสงสัย จริงๆ แล้วตำแหน่งถนัดของสรวิทย์ คือตัวรุกทางฝั่งซ้าย หลังจาก เควิน ดีรมรัมย์ ถอนตัวออกไป นิชิโนะได้ทดลองถอยสรวิทย์ มายืนเกมรับทางฝั่งซ้ายแทน แต่พอถึงเวลากลับถูกส่งลงมายืนมิดฟิลด์ตัวโฮลบอล เล่นเอาแฟนบอลงงกันเป็นแถว ถามว่าผลงานดีขนาดไหน เมื่อวานทุกคนคงได้เห็นกับตากันแล้ว ทั้งเปลี่ยนรับเป็นรุก ถอยจากรุกมารับได้ทันที วิ่งตลอดทั้งเกม และควบคุมจังหวะเกมได้อย่างเนียนตา มีหลายจังหวะที่อยู่ท่ามกลางผู้เล่นบาห์เรน แต่สรวิทย์ก็ออกบอลได้อย่างใจเย็น ถามว่าคนอื่นเล่นดีไหม บอกเลยว่าเยี่ยม แต่ถ้าพูดถึงสรวิทย์ พานทองแล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือผู้เล่นที่ดีที่สุดในเกมเมื่อวาน

? 2 ข้อเสีย

1. เรี่ยวแรง – ในเกมนี้เราเพรสซิ่งหนักมาก เรียกว่าถึงลูกถึงคนทำให้บาห์เรนเล่นลำบากมาก แต่ข้อเสียคือพอความฟิตไม่ถึงเราเริ่มหมดแรง วินัยในเกมก็เริ่มหาย จากที่เคยรับดีๆ เริ่มไม่ค่อยถอย เห็นได้จากนาทีที่ 30 – 45 เป็นช่วงที่เราเริ่มอ่อนแรง บาห์เรนก็มีพื้นที่เล่นมากขึ้น กับอีกช่วงคือนาทีที่ 55 – 70 ช่วงนี้โดนหนักเลย ยังดีที่ได้ประตู่ที่ 3 จากศุภณัฏฐ์ทำให้โมเมนตัมของเกมเทกลับมาที่เราอีกครั้ง ตรงนี้ถ้าเรายังแก้ไม่ได้ 2 นัดที่เหลือเป็นงานที่หนักมากแน่นอน

2. ลูกครอส – ข้อนี้ปัญหาใหญ่เลย เมื่อวานลูกครอสจากด้านข้าง ไม่ว่าจะเป็นเซตเพลย์หรือโอเพ่นเพลย์ เราแทบเสียเปรียบทุกจังหวะ ช่วงนาทีที่ 55 ที่โดนเตะมุม 3 – 4 ครั้งติดต่อกันเราไม่สามารถเก็บบอลได้เลย โชคยังดีที่ได้กรพัฒน์ นารีจันทร์ช่วยไว้ได้ ไม่งั้นโมเมนตัมเกมเปลี่ยนแน่นอน 2 นัดที่เหลือเป็นเกมที่หนักมาก ผู้เล่นอิรักและออสเตรเลียมีรูปร่างที่สูงใหญ่ จบสกอร์ได้เฉียบขาด ถ้าเราขาดสมาธิเพียงนิดเดียว เกมเปลี่ยนได้เลย ต้องเล่นอย่างรัดกุมกว่านี้

จากการชนะนัดนี้ทำให้เราขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งของตาราง ในขณะที่อิรักเสมอกับออสเตรเลีย 1-1 มีทีมละ 1 แต้มเท่านั้น

นัดต่อไปเราจะเปิดราชมังคลากีฬาสถานเจอกับออสเตรเลีย วันที่ 11 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น. อยากให้มาเชียร์ในสนามกันเยอะๆ ใครไม่สะดวกติดตามได้ทางหน้าจอทีวีครับ แล้วมาเชียร์ไปด้วยกัน

นี่เป็นเพียงความคิดเห็นจากทางเรา ไม่ทราบว่าคุณผู้อ่านคิดเห็นอย่างไร มาแชร์กันครับ

ขอบคุณรูปภาพจากช้างศึก


Shares