Shares

ชื่อของเจ้าหนู “ทอม เดวี่ส์” เริ่มเป็นที่คุ้นหูคุ้นตาแฟนบอลทั่วโลกเมื่อต้นปี 2017 หลังจากได้รับโอกาสให้ลงสนามสตาร์ทเป็นตัวจริงเป็นครั้งที่ 2 ในนัดที่ทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มต้นด้วยประตูแรกที่ทอม เดวี่ส์แทงทะลุช่องกองหลังไปให้เควิน มิลัลลาสหลุดเข้าไปหักบอลผ่านกลับมาให้โรเมลู ลูกากูตะบันเข้าประตูไป ก่อนที่จะมาช่วยเคลียร์บอลออกจากเส้นประตูให้ทีมรอดพ้นการถูกตีเสมอไปได้อย่างหวุดหวิด

อีกจังหวะที่ถือเป็นไฮไลท์ของเกมนั้นคือจังหวะที่ทอม เดวี่ส์เก็บตกบอลได้ในแดนของตัวเอง ลากตะลุยไปทางกราบขวาก่อนไขว้หลังหักเข้าในหลบการเข้ามาบีบสกัดของยาย่า ตูเร่และกาแอล กลิชี่อย่างสวยงาม ป้ายบอลเข้ากลางไปให้รอส บาร์คลี่ย์ แม้ตัวเองวิ่งไปชนกับจอห์น สโตนส์จนเสียหลักล้มลง แต่ก็รีบลุกขึ้นมาวิ่งฉีกไปทางกราบขวา รับบอลที่ชิ่งกลับมาจากบาร์คลี่ย์ แล้วชิพบอลด้วยเท้าขวาข้ามตัวเคลาดิโอ บราโวที่ปรี่มาบล็อคเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น เรียกเสียงเชียร์จากเหล่าสาวกเอฟเวอร์โตเนี่ยนได้กึกก้องไปทั่วสนามกูดิสัน พาร์ค นับเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของเจ้าหนูทอม เดวี่ส์ในวัย 19 ปีในขณะนั้น จบเกมเอฟเวอร์ตันชนะไป 4 ประตูต่อ 0

หลังจากนั้นเป็นต้นมาทอม เดวี่ส์ก็มีโอกาสได้ลงสนามให้กับเอฟเวอร์ตันและพัฒนาฝีเท้ามาอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับดาวเตะวัย 21 ปีให้มากขึ้น ผ่านส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ของเจ้าตัวกับ SoccerBible.com เมื่อกลางปีที่แล้ว

SoccerBible: คุณช่วยบอกเราเกี่ยวกับการเรียนรู้ในการเล่นฟุตบอลของคุณ และการที่คุณสามารถก้าวผ่านระบบอคาเดมี่ของสโมสรเอฟเวอร์ตันมาได้นั้นมันเป็นอย่างไรบ้าง

Tom Davies: แน่นอนที่สุดว่านี่คือสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักเตะเยาวชน ผู้คนที่นั่นรวมไปถึงโค้ชและทัศนคติที่ผูกโยงกับเรื่องของฟุตบอลเพียงอย่างเดียวดังที่คุณสามารถจะจิตนาการได้ และผมรู้สึกขอบคุณสำหรับการอบรมสั่งสอนซึ่งทำให้ผมผ่านระบบอคาเดมี่ของสโมสรมาได้

SoccerBible: คุณยังจำช่วงเวลาที่คุณถูกค้นพบและถูกพาเข้าสู่ระบบอคาเดมี่ของสโมสรได้หรือไม่

Tom Davies: ใช่ ผมจำได้ว่าเคยไปทดสอบฝีเท้ากับเอฟเวอร์ตันครั้งหนึ่งเมื่อตอนยังเด็กมากๆ แล้ววันหนึ่งแมวมองที่เคยพาผมไปก็ติดต่อกลับมาว่าให้ลองไปทดสอบฝีเท้าอีกครั้งเพราะสโมสรต้องการที่จะดูฝีเท้าผมอีก ตอนนั้นผมสังกัดอยู่ในอคาเดมี่ของทรานเมียร์ โรเวอร์ส ผมรู้สึกไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร่ แต่แน่นอนว่าผมได้ไปลองทดสอบฝีเท้าอีกครั้ง ผมยังจำได้อีกว่าบรรยากาศในการทดสอบครั้งนั้นมันช่างน่ากลัวสำหรับเด็กอายุน้อยเช่นผม แต่มันกลับเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งผมยอมรับว่าผมอยากจะทำมันซ้ำอีกครั้ง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของผมที่ทำให้ผมมายืนอยู่ในจุดนี้ได้

SoccerBible: มีใครบ้างที่มีอิทธิพลในการดำเนินชีวิตของคุณ

Tom Davies: คงเป็นผู้คนที่อยู่รอบตัวผม ผมได้เจอกับผู้คนหลากหลายในแต่ละย่างก้าวของชีวิตและผมก็นำเอาข้อคิดคำปรึกษาต่างๆ จากพวกเขามาปรับใช้ แต่แน่นอนว่าพ่อแม่และพี่ชายของผมมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของเป็นอย่างมาก วิถีทางที่ผมถูกเลี้ยงดูมาทำให้ผมเห็นภาพรวมในการดำเนินชีวิตและผมคิดว่ามันได้ถูกถ่ายทอดผ่านการเล่นฟุตบอลของผมรวมไปถึงการวางตัวของผมด้วย

SoccerBible: การที่คุณได้ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ตอนอายุ 17 ปี ความรู้สึกในตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

Tom Davies: มันเป็นช่วงเวลาที่บ้ามาก ผู้คนมักถามผมว่ารู้สึกอย่างไรบ้างในตอนนั้น ส่วนตัวผมนั้นแทบจะจำอะไรไม่ได้เลยเพราะอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านภายในตัวผม การได้ประเดิมสนามในนัดแรกถือเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกภาคภูมิใจและมันก็ยังพิเศษตรงที่มีเพื่อนร่วมอคาเดมี่อย่างคัลลั่ม คอนนอลลี่ได้ประเดิมสนามพร้อมกันด้วย หลังจบเกมผมได้ใช้เวลากับครอบครัวและนั่นคือช่วงเวลาที่แสนวิเศษสำหรับพวกเราทุกคน

SoccerBible: คุณได้รับประสบการณ์ในการลงเล่นมากในช่วงอายุยังน้อย และคุณได้ผ่านช่วงอายุที่ผู้เล่นในวัยนั้นสามารถดึงศักยภาพออกมาถึงที่สุดหรือประสบกับความล้มเหลว คุณได้ใช้มันเป็นแรงจูงใจในการพัฒนาตนเองหรือเปล่า

Tom Davies: ใช่ผมคิดเช่นนั้น ฟุตบอลสามารกลายเป็นเรื่องที่โหดร้ายแต่ผมไม่ต้องการที่จะกลายเป็นคนที่ไม่สามารถเค้นศักยภาพของตัวเองออกมาได้เต็มที่ ผมต้องการที่จะไปในระดับที่สูงที่สุดเท่าที่ความสามารถของผมจะทำได้ ผมมีความรู้สึว่าตอนนี้ผมทำได้ดีในระดับหนึ่งแล้วแต่ผมยังต้องการที่จะทำมันให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก ผมมีความคิดที่จะต้องทำให้สำเร็จตามเป้าหมายของผมและนั่นเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับตัวผม

SoccerBible: เรามาพูดกันถึงเรื่องทีมชาติอังกฤษกันบ้าง ในฐานะที่คุณเป็นทั้งแฟนบอลและนักเตะ มีทัวร์นาเม้นต์ไหนบ้างของทีมชาติที่ดึงดูดความสนใจของคุณ

Tom Davies: ผมคิดว่าเกมแรกที่ดึงความสนใจของผมคือเกมระหว่างอังกฤษกับโปรตุเกสในศึกยูโร 2004 มันเป็นเกมที่เวย์น รูนี่ย์โดนไล่ออกจากสนาม ครอบครัวของผมลากโทรทัศน์มาตั้งไว้ในสวนหลังบ้าน พวกเราเกือบสิบคนดูเกมด้วยกันทั้งบ้าน วินาทีที่รูนี่ย์โดนไล่ออก ผมรู้สึกโมโหเลือดขึ้นหน้าเลยทีเดียว

SoccerBible: คุณมีความปราถนามากน้อยเพียงใดที่จะก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่

Tom Davies: การที่จะได้ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษมีความหมายกับตัวผมและครอบครัวของผมมาก มันจะเป็นก้าวที่เหลือเชื่อในอาชีพการเล่นของผมที่ไปให้ถึงระดับนั้น สามารถทำให้ผมพูดได้เต็มปากว่าผมทำได้สำเร็จและแน่นอนว่าจะต้องทำมันให้สำเร็จอยู่สม่ำเสมอ นี่คือความใฝ่ฝันของผม ผมยังจำความรู้สึกที่ได้ดูทีมชาติอังกฤษลงแข่งสมัยที่ยังเป็นเด็กและการที่จะได้ลงเล่นเองคงเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ มันเป็นสิ่งที่ผมต้องการที่จะให้เกิดขึ้นในการเล่นฟุตบอลอาชีพและเต็มไปด้วยความหวังว่าผมจะทำมันได้สำเร็จในไม่ช้านี้ ผมไม่คิดว่าการเป็นเพียงผู้ชมเกมทีมชาติจะได้ความรู้สึกเหมือนลงเล่นเอง ดังนั้นผมจะทำมันให้สำเร็จ

ผลงานโดยรวมของทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินอย่าง “เอฟเวอร์ตัน” ในฤดูกาลนี้ช่างห่อเหี่ยวในหัวใจเสียเหลือเกิน ผ่านไปแล้ว 12 นัด ลูกทีมของ “มาร์โก ซิลวา” เก็บไปได้เพียง 14 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับที่ 15 เทียบกับเม็ดเงินที่ลงทุนในตลาดนักเตะเมื่อช่วงซัมเมอร์กว่า 120 ล้านปอนด์แล้วถือว่ายังไม่ดีพอ

การขาดหายไปของ “อิดริสซ่า กานา เกย์” ฟันเฟืองชิ้นสำคัญในแดนกลางที่ย้ายไปร่วมทัพเปเอสเช ยังส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นของทีม ตัวตายตัวแทนที่พึ่งซื้อเข้ามาอย่างฌอง-ฟิลลิปป์ บาแม็งก็ดันมาเจ็บยาวไปจนถึงเดือนมกราคมปีหน้าหลังได้ลงเล่นไปเพียงแค่ 2 นัด มอร์กกาน ชไนเดอร์ลินก็ฟอร์มดาดๆ เกินไป ส่วนผลงานของฟาเบียน เดลฟ์ห้องเครื่องตัวใหม่ก็ยังไม่เปรี้ยงปร้างเสียทีเดียว ล่าสุดต้องมาเสียกองหลางตัวความหวังอย่างอังเดร โกเมสที่ข้อเท้าหักในเกมเสมอกับสเปอร์สไปอีกคน ทำให้โอกาสที่เจ้าหนู “ทอม เดวี่ส์” จะได้ลงเล่นเพื่อพัฒนาฝีเท้าของตนเองและเพื่อชนะใจเจ้านายใหญ่อย่างมาร์โก ซิลวาก็จะมีมากขึ้น ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ผิดหวังหลังได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในนัดล่าสุดที่เอฟเวอร์ตันออกไปเยือนเซาแธมป์ตันในนัดน่าสุด โดยเดวี่ส์โขกประตูเบิกร่องให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 4 ก่อนที่จบเกมเอฟเวอร์ตันจะชนะไป 2 ประตูต่อ 1 ถือเป็นชัยชนะเกมเยือนนัดแรกของทีมนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล

ในส่วนของทีมชาตินั้น ถึงแม้ทอม เดวี่ส์จะยังไม่เคยถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ แต่เจ้าตัวก็ยังมีความมุ่งมั่นเต็มร้อยหลังเคยรับใช้ทีมสิงโตคำรามชุดเล็กมาทุกรุ่นตั้งแต่ชุด U-16 จนถึงชุด U-21 เรียกได้ว่าเล่นชุดเล็กมาจนโชกโชนและตั้งหน้าตั้งตารอโอกาสในทีมชุดใหญ่อยู่เสมอ ส่วนเดวี่ส์เองก็ต้องรีดฟอร์มการเล่นออกมาให้ดีที่สุดในช่วงเวลานี้ เหล่าสาวกทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินเองก็ต้องภาวนาเอาใจช่วยให้เลือดนักสู้ในตัวของเดวี่ส์ไม่จางหายไป เพราะนั่นคือจุดเด่นของเจ้าหนูเดวี่ส์ในวัย 21 ปีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ห้าวหาญ และกระตือรือร้น เป็นเหมือนดั่งจิตวิญญาณสีน้ำเงินที่เปล่งประกายในถิ่นกูดิสัน พาร์ค

Writer : MenthoL


Shares